แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนัง แสดงบทความทั้งหมด

 

หลายครั้งที่คนเราก็ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อให้ได้สิ่งต่างๆเหล่านั้นมา และถ้าเราผิดหวัง ทำได้ไม่ดีเท่าคนอื่น มันก็อาจจะทำให้เราเป็นทุกข์ แต่ถ้าเราสมหวังและได้ทุกสิ่งมาแล้วเราอาจไม่มีความสุขอย่างที่คิดไว้ เพราะลึกๆแล้วมันอาจไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ก็ได้

สิ่งที่แย่กว่านั้นคือ..หลายครั้งการดิ้นรนไขว่คว้าหาความสุขจากสิ่งภายนอกเหล่านี้ ก็อาจจะทำให้เรามองข้ามความสุขเล็กๆ ที่อยู่ตรงหน้าอย่างเช่น การได้ใช้เวลากับคนที่เรารัก หรือการได้ทำในสิ่งที่เรารักแม้แต่การมีน้ำใจให้กับผู้อื่น

บางครั้งจุดเริ่มต้นความสุขที่แท้จริงของชีวิต มันก็อาจจะเกิดจากการตั้งคำถามกับตัวเองว่า..จริงๆแล้วความสุขของเราคืออะไรกันแน่ และใช้ชีวิตของเราให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราเชื่อ ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นคาดหวังที่จะให้เราเป็น

เพราะสุดท้ายแล้ว..คนที่จะทำให้เรามีความสุขหรือทุกข์ได้นั้น ก็คือ...ตัวเราเองนั้นแหล่ะครับ

“Everyone you meet always asks if you have a career, are married, or own a house, as if life was some kind of grocery list. But no one ever asks you if you are happy.” - Heath Ledger 

 

เราไม่มีวันรู้ได้เลยว่าเมื่อไหร่จะเป็นวันที่ต้องเราต้องจากกัน และเมื่อถึงวันนั้นมันก็คงไม่มีอะไรที่ทำให้เรานึกถึงไปมากกว่า.."ช่วงเวลาที่เราและเขาเคยใช้ร่วมกัน" สิ่งที่เราควรทำในตอนี้ก็คือการทำทุกวัน ให้ดีที่สุด เพื่อที่เราจะได้เป็น "ความทรงจำดีๆ" ในชีวิตของเขา  - COCO (2017)

 


ช่วงชีวิตของคนเรานั้นช่างแสนสั้น และวันเวลาก็ผ่านไปเร็วกว่าที่เราคิดเสมอ..เมื่อถึงวันหนึ่ง พ่อแม่ของเราก็จะค่อยๆ แก่ตัวลง เพื่อนๆแต่ละคนก็ต้องแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง และคนที่เราแอบรักก็อาจจะไม่ได้อยู่กับเราตรงนี้หรือวันข้างหน้าเพื่อให้เราได้บอกรักเขาไปตลอด
ถ้าเรารักใครสักคน..ก็จงอย่ากลัวที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาในตอนที่เรานั้นยังมีโอกาส..เพราะถ้าวันหนึ่งต้องกันเมื่อไหร่ สิ่งเดียวที่จะหลงเหลืออยู่กับเราก็คือความรู้สึก และเสียใจที่ไม่ได้แสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาในตอนนั้น

มันไม่มีประโยชน์ที่เราจะแสดงความรู้สึก หรือความรักกับใครสักคน..ในวันที่สายเกินไป - Reply 1988 (2015)



The Secret Life of Walter Mitty เป็นหนังเรื่องหนึ่งที่พูดถึงการเข้าใจคุณค่าของตัวเองได้ดีมากๆ

งานในห้องเก็บฟิล์มของมิตตี้อาจจะดูเหมือนเป็นแค่งานเล็กๆ ในสายตาของผู้บริหาร แต่มันคืองานที่มีความหมายยิ่งใหญ่สำหรับคนที่เข้าใจในคุณค่าของสิ่งที่มิตตี้ทำอย่างเช่น ฌอน โอคอนเนลล์ ซึ่งเลือกภาพของมิตตี้ให้เป็นภาพปกนิตยสาร Life ฉบับสุดท้าย

ดูหนังเรื่องนี้แล้วก็ทำให้นึกไปถึงคำพูดที่เคยได้ยินมาว่า “คุณค่าของคุณไม่เคยลดน้อยลงไป แค่เพียงเพราะว่าใครบางคนมองไม่เห็นคุณค่าของคุณ”

มันเป็นความจริงที่ต้องยอมรับว่า มันไม่ใช่ว่าคนทุกคนจะมองเห็นคุณค่าของเรา แต่บางทีคุณค่าที่แท้จริงของคนเรามันก็ไม่ได้อยู่ที่ว่าคนอื่นจะมองเรายังไง แต่มันสำคัญที่ว่าเราเข้าใจในคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองทำหรือเปล่า


โทนี่ สตาร์ค เป็นคนที่มี "เกราะ" อยู่สองชั้นด้วยกัน เกราะชั้นแรกคือชุด Iron Man ที่เขาใช้ในการต่อสู้ ส่วนเกราะชั้นที่สองก็คือบุคลิกขี้เล่นแบบไม่แยแสอะไร ทำให้คนทั่วไปคิดว่า เขาเป็นคนที่เข้มแข็งอยู่ตลอดเวลา

แต่ลึกๆ แล้ว โทนี่คือคนหนึ่งที่ต้องแบกรับความเจ็บปวดเอาไว้มากมาย และแม้ว่าภายนอกเขาจะดูแข็งแกร่งแค่ไหน แต่หัวใจของเขาก็ไม่ได้สร้างขึ้นมาจากเหล็กเหมือนกับชุดเกราะที่ใส่

ตัวละคร โทนี่ สตาร์ค ทำให้นึกไปถึงคำพูดของ โรบิน วิลเลียมส์ ที่ว่า คนที่เศร้าที่สุดมักจะพยายามทำให้ทุกคนมีความสุข เพราะเขารู้ดีว่า ความรู้สึกไร้ค่ามันเป็นยังไง และเขาก็ไม่อยากให้ใครต้องรู้สึกแบบเดียวกันกับเขา

---------------------------------------

“I think the saddest people always try their hardest to make people happy because they know what it’s like to feel absolutely worthless and they don’t want anyone else to feel like that.” - Robin Williams


ข้อมูลจากเพจ FB. ทำเรื่องเล่นให้เป็นเรื่องใหญ่


ปัจจัยอย่างหนึ่งที่ทำให้คนบางคนประสบความสำเร็จก็คือ ‘ความสม่ำเสมอ’ ในการทำสิ่งที่ต้องทำในทุกๆ วัน เพื่อพาตัวเองไปยังจุดหมายที่ต้องการ

ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำอะไรแค่อย่างสองอย่างในช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันคือผลรวมของการพัฒนาตัวเองไปทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอในระยะเวลาที่ยาวนาน

------------------------------------------

“Success isn’t overnight. It’s when everyday you get a little better than the day before. It all adds up.”

– Dwayne Johnson “The Rock”


โจ๊กเกอร์ ตัวตลกจาก DC Comics ซึ่งเป็นตัวละครที่ซ้บซ้อนและน่าสนใจที่สุดตัวนึงเลยก็ว่าได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีนักแสดงที่มีฝือมือดีๆ อย่าง Heath Ledger,Jared Leto, ที่ถ่ายทอดตัวละครนี้ออกมาแล้วหลายเวอร์ชั่นด้วยกัน แต่นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ได้ Joaquin Phoenix ซึ่งจะพาเราเจาะลึกเข้าไปในตัวละคร โจ๊กเกอร์ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
หนังจะเล่าถึง อาร์เธอร์ เฟล็ค ตัวตลกรับจ้างที่มีความฝันว่าจะได้เป็นนักแสดง stand-up comedy แต่ชีวิตของเขาก็ต้องเผชิญกับเรื่องราวเลวร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า นอกจากจะต้องดูแลแม่ที่แก่ชราแล้ว ตัวเขาเองก็ยังเจ็บป่วยด้วยโรคที่รักษาได้ยาก มีปัญหาในที่ทำงาน และยังถูกพวกอันธพาลรังแกอยู่เสมอ
ความฝันอย่างหนึ่งของอาเธอร์ก็คือ การได้ออกรายการโชว์ของพิธีกรชื่อดัง เมอร์เรย์ แฟรงคลิน และนั่นก็คือแรงผลักดันที่ทำให้เขายังมีชีวิตอยู่ แต่เขาก็ต้องเผชิญกับความผิดหวังซ้ำๆ และความสิ้นหวังในชีวิตก็ค่อยๆ ดึงเอาด้านมืดในตัวเขาออกมาเรื่อยๆ
สิ่งที่ต้องชื่นชมแบบสุดๆ เลยในหนังเรื่องนี้ก็คือการแสดงของ วาคีน ฟินิกซ์ ที่ถ่ายทอดบทโจ๊กเกอร์ออกมาได้ดี มีมิติมากๆ ทั้งความหดหู่สิ้นหวังและความเกรี้ยวกราด โดยเฉพาะการแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการตัวละครของอาเธอร์ "ตั้งแต่วันที่เขาเป็นเพียงเหยื่อในสังคม จนถึงวันที่เขาได้ค้นพบตัวเองและกลายเป็นจอมวายร้าย โจ๊กเกอร์"
อีกอย่างหนึ่งที่หนังเรื่องนี้ทำได้ดีก็คือการเชื่อมต่อกับเรื่องราวของแบทแมน ซึ่งมีการตีความใหม่ที่น่าสนใจหลายอย่าง
แม้ว่าเราต่างรู้กันดีว่า โจ๊กเกอร์ นั้นเป็นตัวร้าย แต่หนังเรื่องนี้ก็คือการถ่ายทอดให้เราได้เห็นว่า ความร้ายของเขามันมีที่มาที่ไปยังไง และมันก็ทำให้เรารู้สึกเห็นใจ มีส่วนร่วม และอดที่จะเชียร์ตัวร้ายอย่างโจ๊กเกอร์ไม่ได้
อาร์เธอร์คือคนที่มีอาการป่วยทางจิตใจ แต่มันก็เป็นความป่วยที่รักษาได้ ถ้าเพียงแต่เขาได้รับการดูแลที่ถูกต้องและได้รับกำลังใจมากกว่านี้ แต่สิ่งที่ทำให้อาการของอาเธอร์ยิ่งแย่ลงก็คือสังคมที่เพิกเฉยต่อความป่วยไข้ทางจิตใจ สังคมที่ปฏิบัติต่อพวกเขาราวกับเป็น "ตัวประหลาด" ที่ไม่มีใครต้องการ สังคมที่พร้อมที่จะทำร้ายคนอื่นเสมอแค่เพียงเพราะว่าเขาแตกต่างไปจากตัวเอง
การป่วยไข้หรือปัญหาต่างๆ ในชีวิตไม่ใช่เรื่องที่น่าสิ้นหวัง ตราบใดที่เรายังมีพลังใจที่จะต่อสู้กับมัน แต่สังคมที่ป่วยไข้ มันสามารถทำลายกำลังใจของคนเราได้ มันสามารถพรากได้แม้แต่ความหวังสุดท้ายในชีวิตเรา และนั่นก็คือความน่าสิ้นหวังที่แท้จริงของมนุษย์
------------------------------
Joker 2019 โจ๊กเกอร์