แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ dhamma แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ dhamma แสดงบทความทั้งหมด

 


พลังกายหมดไม่เป็นไร แต่พลังใจห้ามหมด Cr.แพทตี้ อังศุมาลิน


ชีวิตเราต้องมีความสุขให้ได้...แค่เราครองศีลห้าหรือแปดได้..ก็ช่วยให้ชีวิตมีความสุขขึ้นมาก Cr.แดน วรเวช ดานุวงศ์


























5 สิ่งที่ควรทำใน เช้าวันจันทร์
เพื่อให้ภารกิจราบรื่นตลอดทั้งสัปดาห์



เคยรู้สึกเหมือนกันไหมว่า...วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ทำไมมันช่างสั้นซะเหลือเกิน เผลอแปปเดียววันจันทร์ก็มาถึงอีกและ พอเช้าวันจันทร์มาถึงเราก็จะเริ่มรู้สึกว่า "นี่เราต้องทำงานอีกแล้วหรอ!! อีกตั้งหลายวันกว่าจะได้หยุดอีก" ยิ่งคิดแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้จิตใจห่อเหี่ยวหนักไปก็เดิมอีก แล้วเราต้องทำยังไง ถึงจะพร้อมรับมือกับสิ่งที่เราจะต้องเจอไปทั้งสัปดาห์ วันจันทร์เป็นวันเริ่มต้นทำงานวันแรกของสัปดาห์ หากมีการเริ่มต้นที่ดีเวลาที่เหลือทั้งสัปดาห์ของคุณก็จะราบรื่นขึ้น เรามีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้คุณมองเช้าวันจันทร์เปลี่ยนไปจากเดิม...


1. เริ่มต้นให้เร็วขึ้น
เช่น ลองตื่นให้เร็วขึ้น ไปให้ถึงที่ทำงานให้เร็วขึ้น ใช้เวลาว่างนั่งทบทวนว่าสัปดาห์นี้คุณมีอะไรต้องทำบ้าง อาจจะลองวางแผนและตั้งเป้าหมายให้กับงานเพื่อให้เห็นภาพรวมชัดเจน มันจะช่วยให้การทำงานของคุณมีระเบียบและจัดการได้ง่ายขึ้น




2. กำหนดเป้าหมายใหม่ๆ

ทุกๆ วันจันทร์เป็นวันเริ่มต้นสัปดาห์ คุณควรลองกำหนดเป้าหมายใหม่ๆ ทำอะไรใหม่ๆ แล้วพยายามเดินตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ มันจะช่วยให้คุณทำสิ่งที่ต้องการได้สำเร็จ แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าไม่ได้บรรลุเป้าหมาย ก็สามารถกลับมานั่งทบทวนว่าเป็นเพราะอะไร เพื่อจะได้พัฒนาและปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องให้ดีขึ้น




3. จัดการประชุม เพื่อปรึกษาเรื่องต่างๆ (Morning Talk)

ควรมีประชุมกับทีมงานของคุณ การประชุมปรึกษากับทีมงานหรือเพื่อนร่วมงานนั้นสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้การทำงานนั้นเดินไปตามแผนงาน และเพื่อได้รู้ถึงข้อบกพร่องของระบบการทำงาน จะได้ปรับปรุงแก้ไข และการจัดการประชุมในเช้าวันจันทร์นั้นจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมทั้งหมดของทั้งสัปดาห์อีกด้วย




4. แสดงความชื่นชมทีมงานและเพื่อนร่วมงานของคุณ
การที่เราจะให้เขาทำงานได้ดีและมีส่วนช่วยเหลือบริษัทอย่างเต็มความสามารถนั้น เราควรรู้จักชื่นชมเพื่อนหรือทีมงาน เพื่อที่เขาจะได้มีกำลังใจจิตใจสดชื่นแจ่มใสไม่ห่อเหี่ยว เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้พวกเขาทำงานให้ดีขึ้น คุณอาจจะชื่นชมด้วยการพูดคุย หรือให้ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ วันจันทร์คือวันแห่งการเริ่มต้น เพราะฉะนั้น คำชมเพียงไม่กี่คำของคุณก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้พวกเขามีความมุ่งมั่นที่จะทำให้งานออกมาดีตลอดทั้งสัปดาห์ก็ได้นะ


5. ประเมินความท้าทายที่จะเข้ามา
เพราะว่าความท้าทายนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากเรารู้ว่าวันนี้จะมีงานแบบไหนเข้ามา และจะมีอะไรเกิดขึ้นได้บ้างนั้น มันก็จะช่วยให้คุณสามารถเตรียมตัวรับมือ และแก้ปัญหาเหล่านั้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

หากคุณทำสิ่งเหล่านี้เป็นประจำทุกๆ เช้าวันจันทร์ คุณก็จะค้นพบได้ว่าวันจันทร์ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป มันเป็นวันแห่งการเริ่มต้น ที่จะทำให้คุณสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ถ้าคุณวางแผนจัดการอย่างมีประโยชน์ และคุณก็จะสนุกกับงานที่คุณทำ



ชายชราคนหนึ่งมักจะไปซื้อหนังสือพิมพ์จากร้านประจำ
อยู่เสมอพนักงานร้านนี้มักแสดงสีหน้าจองหอง และ
ดูหมิ่นเขาเสมอ เพื่อนของเขาถามเขาด้วยความไม่เข้าใจว่า...

“ทำไมนาย ไม่ไปซื้อร้านอื่น จะไปซื้อทำไมวะร้านนี้
ไอ้เด็กพวกนี้ท่าทางมันยโสสิ้นดี”

ชายชราหัวเราะและตอบว่า
จะไปถือสาหาความเด็กมันทำไม? หากฉันทำตามที่นายว่า
ฉันต้องเสียเวลาเดินอ้อมไปหลายซอยเลยนะ ถึงจะซื้อหนัง
สือพิมพ์ได้ เราจะทำให้มันยุ่งยากไปทำไม?
จะว่าไป ที่เด็กร้านนี้ไม่มีมารยาทมันก็เรื่องของเด็กมัน
ข้าจะต้องอารมณ์บูดตามเด็กพวกนี้ด้วยเหรอ ฉันถามแกหน่อย
มันคุ้มไหม?
ฉันไปซื้อหนังสือพิมพ์นะ ฉันไม่ได้ไปดูหน้าเด็กนั่น!”

ในใจของทุกคนมีกุญแจแห่งความสุขอยู่คนละดอก แต่เรา
มักเอากุญแจแห่งความสุขนั้น ไปฝากไว้ในมือของคนอื่น..

แม่บ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า...
"ฉันไม่มีความสุขเลย เพราะสามีฉันต้องไปประชุมต่างจังหวัดบ่อยๆ
เขาไม่ค่อยอยู่บ้าน" เธอเอากุญแจแห่งความสุขใส่ไว้ในมือของสามี

คุณแม่คนหนึ่งเอ่ยว่า...
"ลูกของฉันไม่เคยเชื่อฟังฉันเลย มันทำให้ฉันโมโหอยู่เสมอ"
นางเอากุญแจแห่งความสุขใส่ไว้ในมือของลูกๆ

ผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า...
"เจ้านายไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตา ทำให้ผมกลายเป็นคนโมโหร้าย"
เขาฝากกุญแจแห่งความสุขไว้ในมือของเถ้าแก่

แม่ผัวกล่าวว่า...
"ลูกสะใภ้ของฉันไม่กตัญญู ฉันช่างโชคร้ายอะไรอย่างนี้?"
นางฝากกุญแจไว้ที่ลูกสะใภ้

เรามักจะกล่าวโทษว่าคนอื่นทำให้เราไม่มีความสุข แต่
ความเป็นจริงแล้วเรานั่นแหละที่.."เอาความสุขไปฝากไว้ที่คนอื่น"
ตอนนี้กุญแจแห่งความสุขของคุณอยู่ที่ไหน? อยู่ในมือของคนอื่น
หรือเปล่า? เอามันกลับคืนมาไว้ในมือของตัวเองเถอะ!
..............................................................................................



เวลามีความขัดแย้งขึ้น เรามักจะใช้เหตุผลเพื่อชี้แจงและยืนยันความถูกต้องของตน ขณะเดียวกันก็เพื่อหักล้างเหตุผลของอีกฝ่าย แต่ว่าสิ่งที่เรามักจะมองข้ามคือการใช้ความรู้สึก เพื่อรับรู้ความทุกข์ของอีกฝ่าย ว่าเขามีความเสียใจ ขุ่นเคืองใจอย่างไรบ้าง การรับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายเป็นเรื่องสำคัญ จะรู้แต่เพียงว่าเขาคิดอะไร พูดอะไร มีเหตุผลอะไรยังไม่พอ ต้องเข้าใจความรู้สึกของเขาด้วย และการจะเข้าใจความรู้สึกของเขาได้นั้น เราต้องใช้หัวใจ ใช้หัวหรือสมองไม่ได้

หัวหรือสมองเพียงช่วยให้เข้าใจความคิด เข้าใจเหตุผลเท่านั้น แต่ไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายได้  เหมือนกับว่าเราจะรับรู้ภาพก็ต้องใช้ตา แต่ถ้าจะรับรู้เสียงก็ต้องใช้หู จะใช้ตารับรู้เสียงไม่ได้  ความรู้สึกก็ต้องอาศัยใจ แต่คนสมัยนี้ใช้หัวสมองมาก ใช้แต่ความคิด คิดอะไรก็เป็นเหตุเป็นผล แต่กลับลืมใช้ใจรับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่ง ความขัดแย้งบ่อยครั้งลุกลามจนกลายเป็นการทะเลาะวิวาท เป็นเพราะว่าต่างไม่ยอม หรือไม่พยายามเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่ง พยายามจะใช้แต่เหตุผล

จิตแพทย์อีกผู้หนึ่งคือหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์  พูดไว้น่าสนใจว่า “ เวลาสามีภรรยาทะเลาะกัน อย่าใช้เหตุผลเป็นอันขาด ให้ใช้อารมณ์  วางเหตุผลลงให้ได้ ปล่อยให้อารมณ์ลอยขึ้นมา  อารมณ์รักที่เคยมีต่อกันในอดีตจะเข้ามาแก้ปัญหาให้เอง”

บ่อยครั้งเวลาสามีภรรยาทะเลาะกัน เหตุผลที่ใช้มักจะทำให้ความขัดแย้งลุกลามขึ้น จนกลายเป็นการทะเลาะเบาะแว้งกัน เพราะเหตุผลเหล่านี้ถูกเอามาใช้เพื่อยืนยันความถูกต้องของตนเอง และกล่าวโทษอีกฝ่าย  พูดอีกอย่างคือใช้เหตุผลเพื่อชี้ว่าฉันถูก เธอผิด เหตุผลแบบนี้มีแต่จะกระทบอัตตาอีกฝ่าย ทำให้ขุ่นเคือง  แต่ถ้าใช้อารมณ์ ซึ่งในที่นี้หมายถึง ความรัก ความเห็นใจ การทิ่มแทง กระทบกระทั่งกันก็จะลดน้อยลง ความรักจะทำให้เราเห็นใจ รับรู้ความทุกข์ของอีกฝ่ายหนึ่ง ทำให้จิตใจอ่อนโยน

เพราะฉะนั้น คนเราจะใช้แต่หัวสมองอย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้หัวใจด้วย โดยเฉพาะในเวลาที่สัมพันธ์กับผู้อื่น เราใช้เหตุผลในการทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ เราใช้เหตุผลในการทำความเข้าใจว่าเขาคิดอะไร แต่เหตุผลหรือหัวสมอง ไม่สามารถทำให้เราเข้าใจความรู้สึกของเขาได้ ถ้าคนเราไม่เข้าใจความรู้สึกของกันแล้ว ก็จะไม่รู้ว่าคำพูดของเราทิ่มแทงเขามากน้อยแค่ไหน ยิ่งใช้เหตุผลยิ่งทิ่มแทงมากขึ้น

สมัยนี้เราชอบพูดกันว่าให้ใช้เหตุผล แต่ว่าบางทีเหตุผลที่เอามาพูดกันนั้น ก็เป็นเหตุผลของกิเลส เป็นเหตุผลของอัตตา และบางครั้งก็มีข้อจำกัดในการแก้ปัญหา ถ้าเราใช้หัวใจบ้าง ใช้อารมณ์บ้าง แต่เป็นอารมณ์ฝ่ายกุศล เช่น ความรัก ความเมตตา ความเห็นใจ ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้

พระไพศาล วิสาโล